รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้! กรณีกฎ ก. ตร ไม่รับสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้ารับราชการตำราจ เป็นการเลือกปฏิบัติ

ล่าสุด! รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้! กรณีกฎ ก. ตร ไม่รับสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้ารับราชการตำราจ เป็นการเลือกปฏิบัติ พร้อมเดินหน้าศึกษาทำข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขกฎ ระเบียบที่กีดกันผู้ติดเชื้อเอชไอวี
 
 
รายงานสรุปผลการติดตามการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔
 
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล
 
การเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการเข้ารับราชการตำรวจ ได้แก่ รายงานที่ ๔๑๓/๒๕๖๒ กรณีกล่าวอ้างว่า กฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. ตามคำร้องที่ ๑๖๘/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ขอให้ตรวจสอบกรณีกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ได้รับการร้องเรียนจากนาย ส. ซึ่งเป็นทายาทของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้สมัครและเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่ไม่ผ่านการตรวจร่างกายตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ และถูกปฏิเสธการบรรจุแต่งตั้ง เนื่องจากเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการให้มีการตรวจเชื้อเอชไอวีโดยเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ และนำผลการตรวจไปเป็นเหตุในการปฏิเสธไม่บรรจุแต่งตั้งนาย ส. เป็นข้าราชการตำรวจ เป็นการกระทำที่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อนาย ส. โดยเหตุที่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี อันเป็นการอาศัยเหตุแห่งถานภาพอย่างอื่น และเป็นการกระทำที่ไม่อดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic,Social and Cultural Rights: ICESCR) ซึ่งเป็นหนังสือสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนาย ส. ซึ่ง กสม. มีข้อเสนอแนะประการหนึ่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแก้ไขกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ และบัญชีโรคหรืออาการที่ไม่ควรเป็นข้าราชการตำรวจ ตามข้อ ๒ (๑๔) แนบท้ายกฎ ก.ตร.ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ ในข้อที่ ๑๑.๘.๕ เพื่อมิให้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดยต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ ก าหนดกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมตามความจำเป็นตามบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ขอบเขตของกฎหมายแล้ว มิใช่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งความแตกต่างในด้านสุขภาพหรือสมรรถภาพแต่อย่างใด จึงมีมติให้คงโรคเอดส์ไว้ในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗
 
ต่อมา กสม. ในคราวการประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ครั้งที่๓๘/๒๕๖๔ (๑๓) วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ มีมติให้ยุติการติดตามผลดำเนินการ และให้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆเพื่อผลักดันประเด็นนี้ต่อไป เช่น การเผยแพร่ และการทำรายงานฯ โดยเห็นควรหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี(นายวิษณุ เครืองาม) ต่อไป ซึ่งกรณีนี้นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ได้เข้าพบหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีข้อสังเกตว่า รายงานของ กสม.มีข้อเสนอแนะในลักษณะทั่วไป มิได้เจาะจงสายงานของข้าราชการตำรวจที่อาจพิจารณายกเว้นการตรวจเชื้อเอชไอวีเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจได้ และอาจเป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยืนยันมติให้คงโรคเอดส์ไว้ในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยไม่มีเงื่อนไข จึงเห็นควรพิจารณาหยิบยกกรณีการตรวจเชื้อเอชไอวีเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจขึ้นมาศึกษาในรายละเอียดรวมถึงข้าราชการฝ่ายอื่น (หากมี) โดยอาจพิจารณาศึกษาเทียบเคียงกับกรณีของต่างประเทศด้วย และจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนต่อคณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
 
อ่านรายงานฉบับเด็ม คลิ๊ก 

Leave a Comment

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์