19 เครือข่ายภาคประชาชน ไม่เห็นด้วย พร้อมค้านกฎหมายควบคุมภาพประชาชน

แถลงการณ์คัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติการดําเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากําไร พ.ศ. ….
ฉบับคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะ 2 (13 ธันวาคม 2564)
“เมื่อกฤษฎีกาเปลี่ยนเสื้อคลุมใหม่ในร่างกฎหมายเดิม”
โดย เครือข่ายคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาชน
แถลง ณ วันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564
 
สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีมติเห็นชอบหลักการ ของร่างกฎหมายว่าด้วยการดําเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกําไรมาแบ่งปันกัน ตามที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และให้รับร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. …. ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมทั้งความเห็นของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ไปประกอบการยกร่างกฎหมายก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้วันที่ 12 มีนาคม 2560 ได้มี การเผยแพร่ร่าง พ.ร.บ. ที่จัดทําขึ้นมาตามมติ ครม.ดังกล่าว
 
ต่อมาในวันที่ 13 ธันวาคม 2560 คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 2) ได้มีการจัดทําร่าง พ.ร.บ. การดําเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากําไร พ.ศ. ..ขึ้นมา เป็นการคัดลอกเนื้อหาบางส่วนของ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. มากําหนดไว้ในหมวด 1 การส่งเสริมและ พัฒนาองค์กรไม่แสวงหากําไร ซึ่งยังไม่ได้มีการหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มาก่อนแต่อย่างใด
 
ส่วนในหมวด 2 การดําเนินงานขององค์กรไม่แสวงหากําไร เป็นการปรับปรุงจากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย การดําเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกําไรมาแบ่งปันกัน พ.ศ. …ที่ยังคงเน้นเรื่องการจํากัดสิทธิ การควบคุม การลงโทษผู้ฝ่าฝืน มีมาตรการควบคุมในลักษณะเดียวกับกฎหมายป้องกันการฟอกเงินที่ใช้ บังคับกับองค์กรที่ให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย ทั้งในปัจจุบันก็มีกฎหมายอื่นสามารถเอาผิดองค์กรที่ทําไม่ ถูกต้องได้อยู่แล้ว ถือเป็นการไม่ยอมรับบทบาทการเป็นภาคีหุ้นส่วนในการพัฒนาประเทศ ซึ่งไม่สอดคล้อง กับสังคมประชาธิปไตย
 
“เครือข่ายคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาชน” เป็นการรวมตัวของเครือข่ายองค์กร ภาคประชาชนที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการดําเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกําไรมา แบ่งปันกัน พ.ศ. ….มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ไม่เห็นด้วยและยอมรับไม่ได้กับ ร่าง พ.ร.บ. การดําเนิน กิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากําไร พ.ศ. ที่จัดทําโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 2) และกําลังจะ เร่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในเดือนธันวาคม 2564
 
ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้
 
1) ร่างกฎหมายนี้ดําเนินการอย่างรวบรัด ยังไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติไว้ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐต้องพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ ผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้าน ตลอดจนการเสนอสรุปผลการรับ ฟังความเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสาธารณชน
 
2) ร่างกฎหมายนี้ขัดขวางสิทธิการมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ซึ่งเป็นสิทธิขั้น พื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนย่อมมีสิทธิแสดงเจตจํานงโดยเสรีในการเลือกผู้แทน และมีสิทธิเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศโดยตรง ซึ่งสิทธิการมีส่วนร่วมดังกล่าวได้รับการรับรอง เป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2540 ดังเช่น สิทธิการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย โครงการ หรือ กิจกรรมของรัฐ สิทธิการตรวจสอบ สิทธิการถอดถอน สิทธิการเสนอกฎหมาย สิทธิการร่วมจัดการ ทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการรับรองต่อมาในรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐธรรมนูญ 2560
 
3) ร่างกฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับเสรีภาพในการรวมกลุ่ม เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพ ในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยมีเจตนารมณ์มุ่งประกันให้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิมีส่วนร่วมในการปกครองอย่างมีความหมายและทรงประสิทธิภาพ ประชาชนที่ รวมตัวกันในรูปแบบต่างๆ จึงสามารถมีส่วนร่วมในการกําหนดทิศทางและนโยบายสาธารณะ ถือเป็นการ สร้างสมดุลทางอํานาจระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมในการจัดสรรทรัพยากรของสังคม ทั้งนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมในสังคม
 
4) ร่างกฎหมายนี้ควบคุมและกีดกันการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาชนในการ กําหนดทิศทางและนโยบายสาธารณะ เพื่อความมุ่งหมายการรวมศูนย์อํานาจในการปกครองประเทศ ซึ่งเป็นการขัดกับหลักประชาธิปไตย หลักสิทธิมนุษยชน และหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งเป็นการสร้าง ความขัดแย้งที่อาจนําไปสู่การเผชิญหน้าจนยากที่จะแก้ไขต่อไป
 
สุดท้ายนี้ พวกเราขอประกาศว่า ไม่ยอมรับร่างกฎหมายฉบับนี้ และขอให้รัฐยกเลิก การตราและบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการดําเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากําไร พ.ศ. …
 
พวกเราจะเคลื่อนไหวให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดการยกเลิกร่างกฎหมายฉบับนี้ในทุกขั้นตอน กระบวนการทางนิติบัญญัติ
 
องค์กรประชาชนไม่ใช่ “ศัตรูของรัฐ” แต่เรา คือ “หุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน” “ประชาชน คือ ผู้กําหนดอนาคตตนเอง”
 
เครือข่ายคัดค้านร่างกฎหมายควบคุมภาคประชาชน ประกอบด้วย
1. เครือข่ายองค์กรผู้สูงอายุ
2. เครือข่ายองค์กรคนพิการ
3. เครือข่ายด้านเด็กและครอบครัว
4. เครือข่ายเยาวชน
5. เครือข่ายองค์กรผู้หญิง
6. เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ
7. เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค
8. เครือข่ายชุมชนเมือง/สลัมสี่ภาค
9. เครือข่ายแรงงานนอกระบบ
10. เครือข่ายแรงงานในระบบ
11.เครือข่ายด้านสุขภาพ
12. เครือข่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
13. เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน / ความมั่นคงทางอาหาร
14. ภาคีองค์กรเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทย
15. เครือข่ายสิทธิมนุษยชน / ประชาธิปไตย
16. เครือข่ายองค์กรระหว่างประเทศ
17. เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน
18. เครือข่ายนักวิชาการด้านสังคม
19.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน

Leave a Comment

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์