สรุปผลสำรวจสถานการณ์การตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากวัณโรค

                          เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ร่วมกับกองโรคเอดส์วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และกองวัณโรค จัดประชุมวางแผนการสำรวสถานการณ์การตีตราและการเลือกปฏิบัติประเด็นเกี่ยวเนื่องกับเอชไอวีในสถานบริการสุขภาพของรัฐปี 2564 ซึ่งการสำรวจรอบนี้จะการสำรวจการตีตราตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากวัณโรคร่วมด้วย
 
                          ก่อนการวางแผนการสำรวจ ได้มีการนำเสนอผลการสำรวจสถานการณ์การตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากวัณโรค ที่มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ร่วมกับ รศ.นพ.เกรียงไกร ศรีธนวิบุญชัย และคณะ ได้พัฒนาเครื่องมือและสำรวจสถานการณ์ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ และสมุทรสาคร โดยสำรวจใน โรงพยาบาล สถานประกอบกิจการ และ ผู้ป่วยวัณโรค
 
                         จากการสำรวจสถานการณ์การตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากวัณโรคพบว่า ผู้เข้าร่วมการสำรวจส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัณโรค แม้ในกลุ่มผู้ให้บริการสุขภาพ จากการตอบแบบสอบถาม มีผู้ให้บริการที่ตอบคำถามถูกทุกข้อเพียงร้อยละ 41.4 ของผู้ให้บริการที่ตอบแบบสอบถาม กลุ่มรองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยวัณโรค ร้อยละ 26.4 และกลุ่มเจ้าของสถานประกอบการร้อยละ 20.6
 
                         ในด้านทัศนคติของผุ้ให้บริการสุขภาพและเจ้าหน้าที่สถานประกอบการต่อวัณโรค พบว่า ผู้เข้าร่วมจากสถานประกอบการ ร้อยละ 90.7 และผู้ให้บริการสุขภาพ ร้อยละ 84.1 มองว่าผู้ป่วยวัณโรคต้องรับผิดชอบต่อสังคมดดยต้องป้องกันไม่ให้ตนแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น ร้อยละ 44.1 ของผู้ให้บริการสุขภาพมีความกังวลเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าต้องให้บริการผู้ป่วยวัณโรคปอด ร้อยละ 85.1 สวมหน้ากากป้องกันหากต้องให้การดูแลผู้ที่เคยมีประวัติป่วยวัณโรคปอดและรักษาหายแล้ว และร้อยละ 79.7 ใส่หน้ากากอนามัยในทันทีที่ต้องให้บริการผู้ป่วยวัณโรคปอดหรือผู้ที่ถูกสงสัยว่าป่วยเป็นวัณโรคปอด
 
                           สำหรับการเลือกปฏิบัติในสถานประกอบการ ร้อยละ 3.2 มีนโยบายที่จะไม่รับผู้ที่เคยป่วยเป็นวัณโรคปอดแต่รักษาหายแล้ว สถานประกอบการร้อยละ 45.5 ให้พนักงานที่ป่วยเป็นวัณโรคปอดหยุดงานนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ และร้อยละ 44.4 มีนโยบายที่จะให้พนักงำนที่ป่วยเป็นวัณโรคปอดออกจากงาน
ประการตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากวัณโรคในกลุ่มผู้ป่วยวัณโรค พบว่าผู้ป่วยวัณโรคมีการตีตราภายในถึงร้อยละ 72.6 โดยร้อยละ 57.2 พยายามลดการพบปะผู้คนและการเข้าสังคม ระหว่างที่ป่วยเป็นวัณโรค ด้านการเลือกปฏิบัติร้อยยละ 28.8 เคยถูกจัดให้นั่งในบริเวณที่แยกออกไป แม้ว่าจะกินยำรักษาวัณโรคมานานเกิน 2 สัปดาห์แล้ว และร้อยละ 49.9 ที่สมาชิกในครอบครัวเคยขอให้ใส่หน้ากากอนามัยระหว่างที่ป่วยเป็นวัณโรคปอด
 
                           อย่างไรก็ตามรศ.นพ.เกรียงไกร กล่าวว่าการสำรวจดังกล่าวยังเป็นการสำรวจเชิงปริมาณ ที่บอกได้ว่าประเด็นใดควรให้ความสำคัญไม่ได้บ่งชี้ถึงสถานการกการตีตราและเลือกปฏิบัติทั้งหมด ยังต้องอภิปรายเพิ่มเติมเพิ่มเพื่อหาคำอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
 
                           หลังจากการนำเสนอผลการสำรวจ จะมีการพัฒนาชุดเครื่องมือการสำรวมที่รวมกับการสำรวจการตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากเอชไอวี โดยมีแผนจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2566
 
 
 
 

Leave a Comment

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์