สมัครสมาชิกใหม่

กล่องฝากข้อความ
ข้อจำกัด

มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
Foundation For AIDS Rights (FAR)
Choose your language :

มากกว่าปลายผม คือสิทธิมนุษยชน

ประเภท : กรณีศึกษา

โดย : มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

สร้างเมื่อ : 03-Aug-2020

จำนวนเข้าชม 127 ครั้ง

ชื่นชอบ 0 ครั้ง

มากกว่าปลายผม คือสิทธิมนุษยชน 

หลังจากปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่นานเป็นพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในที่สุดเด็กๆ นักเรียน/นักศึกษา ก็ได้เริ่มเรียน ในเทอมที่ 1 ปีการศึกษา 2563 เสียที ถึงแม้ว่า จะต้องสลับมาเรียนสัปดาห์เว้นสัปดาห์ควบคู่ไปกับการเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านก็ตาม
เมื่อวันที่ 3 กรฎาคม 2563 กลุ่มตัวแทนนักเรียน ชื่อว่า “นักเรียนเลว” ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงศึกษาธิการ เรียกร้องให้กระทรวงแสดงความชัดเจนในการบังคับใช้กฎกระทรวงที่ว่าด้วยระเบียบทรงผมนักเรียน เนื่องจากในช่วงเปิดภาคเรียนที่พึ่งเริ่มได้ไม่กี่วัน มีผู้เข้ามาแจ้งเหตุเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษชนของนักเรียนในเรื่องทรงผมกับกลุ่มมากกว่า 300 ราย ประเด็นเรื่องการบังคับให้นักเรียนตัดผม เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันตั้งแต่ตัวผู้เขียนเองยังเป็นนักเรียนแต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่สาเหตุที่ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน และมีนักเรียนออกมาร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายตนเอง คงห้ามไม่ได้ว่าปัจจัยหนึ่งคือเรื่องความชัดเจนเรื่องระเบียบทรงผมของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ออกมาเมื่อเดือน พฤษภาคม 2563 ที่ถึงแม้ว่ากระทรวงฯ จะเปลี่ยนแปลงระเบียบทรงผมนักเรียนแล้ว แต่ก็ยังให้อำนาจผู้บริหารใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาในการบังคับใช้ในสถานศึกษาที่ตนควบคุมดูแล ด้วยการให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษานี้เอง ทำให้เกิดการออกกฎข้อบังคับและการปฏิบัติ ที่เป็นการการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนักเรียน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีดังที่เกิดกับนักเรียนหญิงโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ที่ถูกคุณครูตัดผมจนแหว่ง ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้โพสต์แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของครูที่ตัดผมบุตรหลานโดยพลการ แต่แทนที่ผู้บริการสถานศึกษา จะออกมาดำเนินการกับบุคคลากรของตนเอง กลับบอกให้ผู้ปกครองออกมาขอโทษที่นำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์ เนื่องจากทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียงโดยอ้างว่า กฎของโรงเรียนนักเรียนหญิงจะต้องมีผมยาวไม่เกินติ่งหู อีกทั้งโรงเรียนมีชื่อเสียงเรื่องกฎระเบียบ รวมไปถึงด้านวิชาการ มีผลงานด้านการจัดการเรียนการสอนดีเด่น ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใหญ่ในวงการการศึกษา ยังออกมาขอให้ทางโรงเรียนให้อภัยนักเรียน เนื่องจากเป็นเรื่องเล็กๆ และอยากให้เรื่องนี้จบๆไป

คำถามเกิดขึ้นในใจผู้เขียน หากการศึกษามองว่านักเรียนคือศูนย์กลางจริงๆ และเป้าหมายของการศึกษาคือการให้เด็กๆมีความรู้ ความสามารถ และความคิดความอ่านเป็นของตนเอง เหตุใดกระทรวงศึกษาฯ ยังคงเปิดช่องให้สถานศึกษาครอบงำนักเรียนด้วยระเบียบทรงผมขาวเกรียน 3 ด้าน และผมสั้นยาวเท่าติ่งหู และการให้อำนาจบุคคลากรในการตัดผมนักเรียน
ทรงผมนักเรียนไทยตรงไหนคือพอดี

ในยุคคสมัยปัจจุบันที่นักเรียนไม่ได้มีปัญหาเรื่องความสะอาด หรือแมลงรบกวนอย่างเหา การไว้ผมสั้นเกรียน จึงไม่มีความจำเป็น ครั้นจะปล่อยให้ไว้ทรงผมอย่างอิสระในทันที ก็อาจทำให้ผู้ใหญ่บางส่วนรู้สึกขัดอกขัดใจ ทัศนะของผู้เขียนเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเรื่องทรงผม จะต้องใช้ีกระบวนการแบบค่อยป็นค่อยไป ถึงวันนี้ประกาศกระทรวงจะให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาใช้ดุลยพินิจออกกฎระเบียบ แต่ในเมื่อระเบียบที่ออกมามีผลบังคับใช้กับคนจำนวนมาก จึงควรมีกระบวนการการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะกับนักเรียน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่ตัดสินใจบนฐานคิดของผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียว

เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ทั้งฝ่ายผู้ริหารของโรงเรียนควรออกกฎระเบียบที่อยู่บนฐานการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เปิดใจ และให้พื้นที่เด็กๆ/นักเรียนในการแสดงออกทางความคิด ร่วมกันถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งหน่วยงานทั้งด้านการศึกษา จะต้องช่วยกันควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการริดรอนสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จึงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ โดยเกิดความดขัดแย้งน้อยที่สุด

ขอบคุณข่าว แะละเอกสารอ้างอิงจาก
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/103/T_0006.PDF
https://news.thaipbs.or.th/content/294245
https://education.kapook.com/view228215.html
https://education.kapook.com/view228226.html#cxrecs_s
เข้าสู่ระบบก่อน พิมพ์หน้านี้
สายด่วนเรื่องสิทธิและกฎหมาย

02-1715135-6 - กรุงเทพฯ

038-993-242 - ระยอง

ทุกวัน เวลา 10.00 - 20.00 น.